จอพาเนล TN และ IPS มีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน


สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว RIPS COMP วันนี้เราจะโชว์ความแตกต่างระหว่างจอ TN และ IPS ซึ่ง บริการเปลี่ยนจอ IPS ของ เรานั้น สามารถแก้ไขจุดบกพร่องได้หลายอย่างเช่น มุมมองแคบ สีเพี้ยน สีซีด คอนทราสไม่ดี สีดำไม่ดำสนิท และความแม่นยำไม่มากพอ เนื่องจากเทคโนโลยีพาเนลจอ TN ที่วันนี้เรานำมาเทียบนั้นมีคุณภาพที่ค่อนข้างต่ำ พบเห็นได้ทั่วไปในโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในตอนนี้ ตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึง 2-3หมื่น เราเลยขอนำมาเปรียบเทียบกับจอ IPS แบบจังๆ ไปเลย เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจน และใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คในอนาคตได้อีกด้วยนะครับ

จอพาเนล TN (Twisted Nematic) ที่เรานำมาเทียบนั้นเป็นโมเดลที่พบเห็นได้ทั่วไปในโน๊ตบุ๊คหมื่นต้นๆ ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่า เป็นพาเนลจอที่มีสีสันไม่ค่อยดีนัก แสดงเฉดสีมาตรฐาน sRGB ได้เพียง 50% เท่านั้น มีมุมมองภาพแคบ การขยับหน้าจอหรือเอนตัวจากมุมตรงของหน้าจอเพียงนิดเดียวก็ทำให้สีเพี้ยนได้แล้ว ความจริงแล้วจอ TN นั้นจะมีจุดแข็งอย่างหนึ่งคือ มีอัตราการตอบสนองของพิกเซลที่รวดเร็ว (Response Time) ทำให้เป็นพาเนลที่เหมาะกับการเล่นเกมมากที่สุด แต่ไม่ใช่กับตัวโมเดลที่เรานำมาเทียบนี้ เพราะมันเป็นตัวเกรดต่ำ คุณภาพยังไม่ค่อยดีนัก และไม่ได้มีการตอบสนองของจอที่รวดเร็วเหมือนที่เคลมเอาไว้จริง จึงถือว่าเป็นฝันร้ายของทั้งคนเล่นเกมและเหล่าดีไซน์เนอร์ เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์อะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงพาเนลที่เป็นตัวคัดแบ่งแยกราคาโน๊ตบุค โดยใช้การอัพเกรดรุ่นเป็นหน้าจอคุณภาพที่สูงขึ้นอย่างพาเนล จอพาเนล IPS (In-plane Switching) นั่นเอง โดยมีคุณสมบัติที่เด่นชัดคือ มุมมองกว้าง 178° ทั้งแบบแนวนอนและแนวตั้ง สามารถมองได้ทุกมุม ไม่ว่าจะซ้ายขวา บนล่าง

ภาพด้านล่างนี้นั้น จะเป็นการเปรียบในเรื่องของมุมมองภาพ ที่มีผลทำให้เกิด Colorshift หรือองศาของสีเพี้ยน โดยเรานำมาเปรียบเทียบกันเพื่อเป็นแนวทางในการใช้แยกแยะว่า จอพาเนลที่เรากำลังเห็นนั้นเป็นแบบไหน โดยภาพตัวอย่างด้านล่างนี้ ทางซ้ายเป็นพาเนล IPS และภาพขวาเป็นพาเนล TN

ต่อไปเป็นการเทสมุมมองภาพแบบแนวนอน จากซ้ายไปขวา เราจะเริ่มสังเกตุได้ว่า ภาพทางขวานั้นจะมีสีสันที่เพี้ยนหนักมาก แทบจะไม่เหลือเค้าโครงของเฉดสีเดิมให้เห็นเลย

เมื่อเราปรับระดับมุมมองเป็นแนวตั้งแบบ 45° ภาพที่ได้ก็จะออกเป็นโทนสีขาวผสมสีฟ้าที่ทำเฉดสีเดิมกลืนหายไปเกือบหมดแล้ว (แต่ให้ระวังพาเนล TN บางโมเดลที่สามารถมองมุมแนวนอนได้ถึง 178° ใกล้เคียงกับ IPS)

และยิ่งเมื่อขยับมุมมองมาแนวตั้งจนเกือบระดับ 90° ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นภาพเดิมได้แล้ว ซึ่งถือว่ามุมมองในแนวตั้งนั้น ถือว่าเป็นจุดตายของพาเนล TN เลยก็ว่าได้

แถมอีกภาพนึงมุมมองแนวตั้งแบบมุมต่ำ ที่เราจะสังเกตุได้ว่าพื้นด้านบนเกือบทั้งหมดของจอนั้นจะกลืนและละลายกลายเป็นสีเทาดำ ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ชอบเอาโน๊ตบุ๊คมานอนดูหนังบนเตียงนั้นคงจะหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับจอพาเนล TN บางตัวนั้น ถ้าหากเราเลือกเป็นจอที่มีราคาแพงขึ้นไปอีกระดับนึง ก็จะมีการปรับปรุงในเรื่องของขอบเขตสีที่ค่อนข้างกว้าง สูงถึง 99% (sRGB) ระดับคอนทราสที่ดีเยี่ยม ทัดเทียมหรือคุณภาพสูงกว่าพาเนลจอ IPS บางตัวเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ตัวมันเองมี Colorshift ด้วยข้อจำกัดจากมุมมองของตัวพาเนลเองที่หากเพียงการขยับตัวจากมุมตรงก็มีการผิดเพี้ยนของสีแล้ว ทั้งยังมีระดับความเพี้ยนของสีที่สูง จอพาเนล TN นั้นจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมในการนำมาใช้สำหรับแต่งภาพหรืองานที่ใช้ต้องสีเป็นหลักนั่นเอง

คำถาม ถ้าหากเราใช้งานแบบมุมตรงๆ ไม่ได้มีขยับมุมมองเอียงไปทางใดทางหนึ่งแล้ว ทำไมถึงไม่แนะนำให้ใช้สำหรับงานด้านสีหรือแต่งภาพเลย?

คำตอบคือ เพราะมีมันปัจจัยหลายอย่างเช่น ค่า Gamma ต่ำมากไป ค่าความเพี้ยนสูง (DeltaE) ที่สำคัญอย่างที่ผมได้อธิบายไปข้างต้นแล้วว่า จอนี้รองรับขอบเขตสีเพียง 50% (sRGB) เท่านั้น หมายความว่า เฉดสีที่จอควรจะแสดงได้จริงๆ นั้น กลับแสดงออกเป็นสีอีกอย่างไปเลย

ตารางชาร์ทสีที่แสดงนี้เป็นโค้ดสี RGB สำหรับการสร้างเว็บไซต์หรือที่เรียกว่า HEX Code เป็นการกำหนดโค้ดสีที่เป็นเลขฐานสิบหก เช่น สีแดง #FF0000 ซึ่งจอที่แสดงได้ก็ควรจะเป็นสีแดง Red 255 ที่สีสดและจัดจริงๆ แต่จากภาพตัวอย่างพาเนล TN นั้น (หรือจอประเภทอื่นๆ) ไม่ได้รองรับขอบเขตสีที่ตรงตามมาตรฐาน เฉดสีที่เราต้องการนั้นก็แสดงออกมาไม่ได้

ส่วนภาพนี้เป็นพาเนล IPS ที่รองรับ 99% (sRGB) ทำให้สามารถแสดงทุกเฉดสีได้ถูกต้องและครบถ้วน

ค่า Contrast ของจอก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะคอนทราสนั้นคือ การตัดกันของส่วนที่สว่างที่สุดและส่วนที่มืดที่สุด ในที่นี้เรามักจะใช้สีขาวและสีดำเป็นตัววัดถึงระดับคอนทราส ซึ่งจอที่มีค่าคอนทราสที่ดีนั้นจะทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น ทั้งยังสามารถแสดงรายละเอียดในสีดำได้ดีกว่า

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานจอพาเนล TN นั้นมีอาการปวดตาหรือตาล้าเมื่อจ้องมองหน้าจอนานๆ นั้น เกิดจากระดับคอนทราสของจอที่ค่อนข้างต่ำ เป็นผลให้สีขาวที่ควรจะเป็นสีขาวสว่างนั้น กลับเป็นสีขาวแบบขุ่นๆ และสีดำก็ยังเป็นสีดำที่ผสมสีเทาปนน้ำเงิน เมื่อเราจ้องมองตัวหนังสือที่ควรจะเป็นสีดำสนิทบนจอนานๆ ก็ทำให้อาการปวดตาจากการเพ่งสายตามากขึ้นได้

“พอปรับองศาที่เป็นจุดตายเข้าให้แล้ว งานนี้มีแต่พังกับพัง”

ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ใช้งานในเรื่องของการผสมสีที่ถูกต้องเป็นหลัก แต่จะใช้แต่งภาพรูปถ่ายที่ใช้ปรับผิวสีคนแล้วนั้น จอ TN อาจจะทำให้งานของคุณพังและปวดหัวมากขึ้นไปกว่าเดิม อย่าลืมว่าแม้แต่เฉดสีหลายๆ ตัวนั้น จอยังไม่สามารถแสดงได้ แล้วเมื่อเป็นในเรื่องของผิวสีคนด้วยแล้วนั้น ยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก เพราะเราจะต้องใช้อ้างอิงผิวสีให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด (นอกจากคุณจะแต่งโทนภาพที่เป็นอารมณ์ต่างๆ) ว่าแล้วเรามาดูความพังของจอ TN กันเลยดีกว่า

งงใจว่านี่คือโทนรูปที่เราถ่ายออกมาจริงๆ เหรอ? เชื่อว่าตากล้องหลายๆ คน ก็ยังคงใช้จอพาเนล TN แบบนี้แต่งภาพส่งงานลูกค้ากันอยู่ ซึ่งบางคนแทบจะไม่เคยสังเกตุหรือฉุกคิดเลยด้วยซ้ำว่าสีมันเพี้ยนมหันต์ขนาดไหน

ส่วนภาพเป็นภาพจากจอพาเนล IPS ของเรา ที่แสดงสีสันได้ถูกต้อง ผิวสีนางแบบกลับมาเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ซีด อมฟ้าเหมือนคนป่วยเป็นโรคแบบนั้น

“และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน อื้อหื่ม… ผมบอกแล้วว่ามันไม่แฟร์เลยจริงๆ นะเนี่ย”

ก็เอาเป็นว่าสำหรับบทความนี้เป็นการนำภาพตัวอย่างระหว่างจอพาเนล TN และ IPS มาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากที่สุดนะครับ ถึงแม้ว่า IPS หลายๆ ตัวนั้นจะไม่ได้รองรับขอบเขตสีสูงถึง 99% (sRGB) ก็ตาม แต่ความถูกต้องของสีก็ยังคงดีกว่าจอพาเนล TN พอสมควร

คิดว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านหลายๆ ท่านนะครับ อย่างน้อยก็น่าจะแยกแยะกันเป็นแล้วแหละว่าอะไรคือจอ TN แบบไหนถึงเรียกว่าจอ IPS ยังไงถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ก็อย่าลืมฝากกด Share ให้เพื่อนๆ คนรอบข้างได้อ่านกันเป็นความรู้ไว้ด้วยนะครับ

สวัสดีครับ / RIPS COMP

สำหรับใครที่เบื่อจอเดิมๆ ห่วยๆ แบบนี้แล้ว ทางเรามีบริการเปลี่ยนจอ IPS คุณภาพสูง ที่รองรับขอบเขตสีกว้าง มีความแม่นยำ สามารถใช้งานด้านดีไซน์ หรือแต่งภาพได้เลยทันที ถ้าสนใจก็สามารถติดต่อกับทางเราได้ทันทีนะครับ