ทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม

ทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม

 

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ ก่อนอื่นเราขอเกริ่นนำเรื่องของการเปลี่ยนจอโน้ตบุ๊กให้ผู้อ่านบางท่านที่อาจจะพึ่งเข้ามาหาข้อมูลในเว็บไซต์ของเราก่อนนะครับ ว่าการเปลี่ยนจอโน้ตบุ๊กคืออะไร มีจุดประสงค์ และผลลัพธ์เป็นอย่างไร (ส่วนผู้อ่านที่รู้แล้ว ข้ามไปย่อหน้าที่ 5 ได้เลยครับ)

ทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม

บทนำ

ช่วงปี 2014 สมาคม Video Electronics Standards Association (VESA) ได้เริ่มการใช้พอร์ตมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า Embedded DisplayPort (eDP) สำหรับหน้าจอโน้ตบุ๊ก มอนิเตอร์ และโทรทัศน์ ให้รองรับหน้าจอที่คุณภาพสูงขึ้น แต่กินกำลังไฟที่ต่ำลง ทำให้ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ผู้ผลิตชิ้นส่วนหน้าจอต่างๆ จึงได้เริ่มผลิตหน้าจอที่ใช้พอร์ต eDP เป็นตัวมาตรฐาน และผลิตออกหน้าจอโน้ตบุ๊กออกมาหลายร้อยโมเดล ตั้งแต่ความละเอียด 1366×768 ไปจนถึง 3840×2160

เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคที่หน้าจอโน้ตบุ๊กใช้พอร์ต eDP เป็นมาตรฐานเดียวกันหมดแล้วนั้น ผู้ใช้โน้ตบุ๊กหลายคน (รวมถึงทาง RIPS COMP) ได้เริ่มมีการค้นคว้าข้อมูลและทดลองกันอย่างจริงจังจนได้พบว่า โน้ตบุ๊กในหลายรุ่นนั้น สามารถใช้หน้าจอต่างที่โมเดลกันได้ ณ ที่นี้เราเรียกว่า Compatible Model รวมไปถึงชนิดหน้าจอและความละเอียด ที่ไม่จำเป็นต้องถูกยึดติดกับจอแบบเดิม ๆ ของเครื่อง ซึ่งแต่เดิมการเปลี่ยนจอโน้ตบุ๊กนั้นมีพื้นฐานมาจากงานซ่อม หรือการเปลี่ยนอะไหล่ของเครื่อง ซึ่งโดยปกติถ้าเราทำจอแตก จอเสีย หรืออยากส่งเคลมส่วนของหน้าจอ ก็จะเป็นกระบวนการเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใหม่ที่เป็นคุณลักษณะเดิมเข้าไปเพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ส่วนการ “อัพเกรดจอหรือการเปลี่ยนจอโน้ตบุ๊ก” ในความหมายของทาง RIPS COMP นั้นหมายถึง การใช้อะไหล่หน้าจอชิ้นใหม่ที่คุณภาพสูงกว่าของเดิมเข้าไปทดแทน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม เช่น ทำให้หน้าจอมีความละเอียดที่สูงขึ้น สามารถแสดงสีสันที่กว้างกว่า ภาพคมชัดกว่า เป็นต้น ถึงแม้ทางผู้ผลิตจะไม่ได้กำหนดให้โน้ตบุ๊คในบางรุ่น ให้สามารถใช้จอที่คุณภาพสูงกว่าได้ด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น ACER E5 572G ที่ใช้หน้าจอพาเนล TN 1366×768 สามารถอัพเกรดจอให้ข้ามมาเป็นพาเนล IPS 1920×1080 ได้ในทันที เรียกได้ว่านี่เป็นกระบวนการอัพเกรดเครื่องที่ไม่ต่างจากการอัพเกรดส่วนอื่น ๆ เลย เช่น เพิ่ม RAM หรือ เปลี่ยน SSD (แต่เพียงการอัพเกรดหน้าจอนั้นเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลาย ๆ คนเท่านั้นเอง)

ประเภทของพอร์ตเชื่อมต่อ eDP  

พูดถึงเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อ eDP เราจะจำแนกออกเป็น 2 แบบ ที่พบเห็นได้ในปัจจุบันนี้ คือ

1. eDP 2 lanes 30 pin มีความกว้าง 2 มิลลิเมตร พอร์ตเชื่อมต่อสำหรับหน้าจอโน้ตบุ๊กความละเอียดตั้งแต่ 1366×768 ไปจนถึง 1920×1080 โดยมี Refresh rate จำกัดอยู่ที่ 60Hz เท่านั้น (โดยส่วนใหญ่) เป็นพอร์ตที่จ่ายกำลังไฟปานกลาง เน้นประหยัดพลังงาน

2. eDP 4 lanes 40 pin มีความกว้าง 2.5 มิลลิเมตร พอร์ตเชื่อมต่อสำหรับหน้าจอโน้ตบุ๊กความละเอียดตั้งแต่ 1920×1080 ไปจนถึง 3840×2160 โดยมี Refresh rate ตั้งแต่ 120Hz ไปจนถึง 240Hz (ณ วันปัจจุบันที่เขียน) ซึ่งเป็นพอร์ตที่สามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงกว่าแบบ eDP 2 lanes 30 pin

ทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม

เมื่อเราพอมองเห็นภาพแล้วว่าพอร์ตเชื่อมต่อทั้งสองแบบนั้น สามารถแบ่งออกเป็นสองพวกง่าย ๆ คือ พอร์ตที่จ่ายกำลังไฟต่ำ และพอร์ตที่จ่ายกำลังไฟสูง อาจจะเกิดข้อสงสัยว่า แล้วทำไมทางผู้ผลิตถึงไม่เลือกใส่รุ่นจ่ายกำลังไฟสูงมาให้ตั้งแต่แรกเพื่อที่จะเอาไว้ใช้ครอบคลุมจักรวาลเลย? เหตุผลตรงนี้เราไม่อาจทราบได้หรอกครับ แต่ถ้าหากให้เราวิเคราะห์เอง คาดว่าเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิต เพื่อที่จะ save cost ให้มากที่สุด ในแง่ของการผลิตในจำนวนมหาศาล และเรื่องของการวางตำแหน่งสินค้าทางตลาดที่ใช้กำหนดตายตัวว่า โน้ตบุ๊กรุ่นราคาถูกจะต้องใช้จอตัวต่ำสุดนี้เท่านั้น

ทว่าโน้ตบุ๊กหลายรุ่นในปัจจุบันมีการแยกโมเดลที่เป็นรุ่นใช้หน้าจอ 60Hz และ 144Hz (หรือสูงกว่า) ออกจากกันชัดเจน ซึ่งเราได้ค้นพบว่า ทางผู้ผลิตได้ทำการแบ่งรุ่นโมเดลเหล่านี้ เพียงแค่ใช้การสลับสายแพ (Ribbon Cable) ที่เป็นพอร์ตแบบ 30 pin หรือ 40 pin เท่านั้นเอง ยกตัวอย่าง โน้ตบุ๊ก Lenovo Y530 มีรุ่นที่ใช้จอ 1920×1080 Refresh rate 60Hz (30 pin) 144Hz (40 pin) หากเราต้องการใช้หน้าจอแบบไหน เราก็แค่ทำการเปลี่ยนสลับสายแพใหม่ เพื่อให้พอร์ตเชื่อมต่อตรงกับหน้าจอใหม่ที่จะนำมาใส่เท่านั้นเอง (ซึ่งสายแพรนี้จะเป็นสายสัญญาณที่ส่งภาพจากเมนบอร์ดไปยังหน้าจอ โดยส่วนของเมนบอร์ดจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบเดียวกันหมด ต่างแค่หัวเชื่อมต่อที่ไปใช้เสียบกับตัวหน้าจอที่รองรับ)

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขหลายประการที่ทำให้เครื่องของคุณอาจไม่รองรับการเปลี่ยนจอ ลองอ่านบทความนี้ดู

แล้วทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม?

ถ้าให้เราพูดในแง่ของอัพเกรดหน้าจอนั้น จากที่เราได้อธิบายมาข้างต้น หน้าจอที่เป็น 1920×1080 Refresh rate 60Hz มาแต่เดิม (ที่เป็นพอร์ต eDP 2 lanes 30 pin) จะไม่สามารถใช้จอที่คุณภาพสูงกว่านี้ได้อีกแล้ว เนื่องด้วยข้อจำกัดของตัวมันเอง แต่ในทางกลับกัน หน้าจอที่เป็น 1920×1080 Refresh rate 120/144Hz (ที่เป็นพอร์ต eDP 4 lanes 40 pin) สามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงกว่า เป็นเสมือนการเปิดโอกาสให้ทางผู้ผลิตสามารถผลิตหน้าจอที่มีคุณภาพที่สูงขึ้นได้ เช่น เพิ่มความละเอียด เร่งค่าความสว่าง เพิ่ม Refresh rate และรวมถึงใช้หน้าจอชนิดใหม่ ๆ ในอนาคต

ทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม

ณ ปัจจุบัน โน้ตบุ๊กที่ผู้เขียนใช้อยู่จะเป็น ASUS TUF Gaming FX505DU AL502T  ที่หน้าจอเดิมเป็น 1920×1080 Refresh rate 120Hz โดยใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ eDP 4 lanes 40 pin ซึ่งผู้เขียนได้ทำการเปลี่ยนจอใหม่ เป็นแบบ 1920×1080 Refresh rate 144Hz แล้ว สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นจากคุณภาพของหน้าจอใหม่นั้นมีทั้ง ค่าความสว่างที่สูง คอนทราสที่สูงกว่า ความกว้างของสีที่กว้าง และ Refresh rate ที่เพิ่มขึ้น

จากการที่สอบถามกับทางตัวแทนของผู้ผลิตรายหนึ่ง มีความเป็นไปได้ว่า eDP 4 lanes 40 pin ที่เครื่องของผู้เขียนกำลังใช้อยู่นั้น ก็สามารถใช้หน้าจอ 1920×1080 Refresh rate 240Hz ได้ทันที และรวมไปถึงหน้าจอชนิดอื่น ๆ ที่เป็น 3840×2160 Refresh rate 60Hz อีกด้วย (ที่ตรงนี้เราอาจจะต้องขอเวลาในการทดลองต่อไปครับ) และยิ่งในปี 2020 นี้ ผู้เขียนคาดว่า โน้ตบุ๊กหลากหลายแบรนด์เริ่มที่จะหันมาให้ความสนใจตลาด Gaming กันมากขึ้น ทำให้เราอาจได้ใช้หน้าจอคุณภาพสูงขึ้นในราคาที่ต่ำลง รวมไปถึงหน้าจอที่รองรับมาตรฐาน HDR ที่ต้องใช้ความสว่างสูง (และกินกำลังไฟมากขึ้น) ที่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคให้เราได้เห็นกันมากขึ้นในช่วงปีนี้

ทำไมโน้ตบุ๊กที่ใช้จอ 120/144Hz จึงดูมีอนาคตที่สดใสกว่ารุ่นที่ใช้จอ 60Hz มาแต่เดิม

สรุป

การที่โน้ตบุ๊กของคุณใช้พอร์ต eDP 4 lanes 40 pin เป็นตัวเริ่มต้นนั้น (ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา) ถือว่าเป็นข้อดีที่ทำให้อย่างน้อยในอนาคต คุณก็รู้ว่าหน้าจอโน้ตบุ๊กของคุณมันยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้ได้อีก (ในมุมของคนที่อยากอัพเกรดจอเพิ่ม) เหมือนยุคที่เริ่มใช้ eDP 2 lanes 30 pin ใหม่ ๆ ที่โน้ตบุ๊กของผู้ใช้หลายคนสามารถอัพเกรดจอจากพาเนล TN 1366×768 ข้ามมาเป็น IPS 1920×1080 ได้ทันที แค่นั้นก็เหมือนเป็นการชุบชีวิตโน้ตบุ๊กเครื่องเดิม ๆ ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้แล้ว

กดแชร์ได้นะ