พี่มาร์คงานเข้า! ทำหุ้นตกกว่า 3.3 พันล้านดอลล์ หลังประกาศนโยบายปรับลดยอดเข้าถึงเพจ 

มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เว้นแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการที่เคยเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาด ก็อาจจะเป็นผู้ตามหลังในวันข้างหน้าก็ได้ใครจะรู้ อย่างกรณีล่าสุดกับประเด็นร้อนจาก Facebook ผู้กำหนดชะตาโลกโซเชี่ยลที่มีผู้ใช้ทั่วโลก โดย Mark Zuckerberg ผู้คุมบังเหียน Facebook ประกาศกร้าว จะลดยอดผู้เข้าถึงเพจต่างๆ โดยจะปรับในหน้า News Feed ของทุกคนให้เห็นแต่เพื่อนเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า

“ในช่วงที่ผ่านมา เราได้รับ Feedback ว่าโพสต์จากบริษัท แบรนด์สินค้า และสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมากกว่าโพสต์จากเพื่อนและครอบครัว นี่กลายเป็นสิ่งที่ขัดต่อวัตถุประสงค์หลักของ Facebook เราจึงต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง และจากการทำวิจัยอย่างละเอียด ทำให้พบว่าผู้คนใช้โซเชียลมีเดียเพื่อติดต่อ สื่อสาร พูดคุยเกี่ยวกับคอนเทนต์เหล่านั้น หรือเชื่อมต่อกับบุคคลที่เราต้องการติดตาม มากกว่าการอ่านคอนเทนต์แบบผ่านไปที ทำให้เราตัดสินใจให้ความสำคัญกับโพสต์ของผู้คนมากขึ้น ส่วนโพสต์จากเพจ Public จะถูกให้ความสำคัญเฉพาะสิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อหรือพูดคุยกันเท่านั้น แม้ว่าผู้คนจะให้ความสนใจกับ Live หรือคอนเทนต์ที่กระตุ้นให้สังคมพูดคุยกันมากกว่าโพสต์อื่นๆ แม้ว่าค่า Engagement และ Reach จาก Facebook จะลดลง แต่เชื่อว่าช่วงเวลาของการใช้งานบน Facebook จะมีคุณค่ายิ่งขึ้น”

ซึ่งผลกระทบคลื่นแรกจากการที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการครั้งนี้คือ Facebook Page ต่างๆ ที่เราติดตามอยู่ทุกวันนั้น จะแทบไม่มีคนยอดเข้าถึง หรือมีคนเห็นโพสต์น้อยมาก จากที่เคยประกาศปรับลดยอดเข้าถึงมาถึงสองรอบแล้ว รอบนี้ปรับหนักกว่าจนเราแทบไม่มีโอกาสเห็นกันเลยทีเดียว ทางแก้ปัญหาก็คือ กดตั้งแบบ See First หรือ เพจจะต้องจ่ายค่าโฆษณา !!

ส่วนคลื่นที่สองนั้น กระทบกับบริษัท Facebook เองเต็มๆ โดยแหล่งข่าวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากการประกาศปรับลดยอดเข้าถึงนั้น ทำหุ้นร่วงลงไปถึง 4.5% หรือมูลค่าราวๆ 3.3 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าทาง Facebook จะยังคงใช้กลยุทธ์นี้อยู่อีกหรือเปล่า หลังจากกระแสตอบกลับออกมาเช่นนี้ เราก็ได้แต่หวังว่าพี่มาร์คจะรู้สึกตัวและกลับตัวกลับใจน้อ~

ที่มา Businessinsider.com

Leave a Comment